ด้วยความที่ใช้ชีวิตไปวันๆ มาก ไม่ค่อยทำอะไร งานมีให้ทำแต่ไม่อยากทำ นั่งเล่นโหลดนั้นโหลดนี่ไปเรื่อย เมื่อวานไม่ได้ค้างที่หอพัก เพราะเสื้อผ้าหมด หุหุหุ แบบไม่ยอมซักไง ให้ที่บ้านจัดการให้ ก็เลยต้องจรลีกลับบ้าน แต่ด้วยความที่นอนเช้าเป็นนิจ ไม่เคยนอนดึกอ่า ส่วนใหญ่รอให้เช้าทีเดียวแล้วค่อยกลับเข้าหอ เลยแม้แต่เวลากลับไปนอนที่บ้านก็นอนไม่หลับ จึงเปิด net เล่น ตอนนั้นประมาณเกือบตีหนึ่งมั๊ง ที่ถึงลูกถึงคนใกล้จบ ก็รู้สึกเหมือนมีใครอยู่ข้างหลัง ประมาณอยู่นอกหน้าต่าง เพราะเราหันหลังไปเยื้องกับหน้าต่าง แล้วได้ยินเหมือนเสียงเดิน ก็นึกว่าเป็นคุณ เชอรี่ หรือไม่ก็คุณ โทนเนอร์ เหล่าBig dog ของเรา เพราะถ้าคุณเจมส์บอนด์ ที่เป็น Puppy ละก็มันไม่เคยตื่นกลางดึกเลย เพราะมันจะกินอิ่มมากจนนอนตายพุงกางอยู่อย่างนั้น ก็เลยเดินไปดู เจ้าหนุ่มสาวยักษ์ ทั้งสอง มันก็ยังนอนอยู่ที่เดิม ด้วยท่าประจำ คือ คุณเชอรี่นอนหมอบ โดยปากจะงับอยู่บนหัวเจ้าเจมส์บอนด์ เพราะมันจะแกล้งงับจนหลับไปทั้งอย่างนั้น ส่วนหนุ่มหล่อขนงามนามโทนเนอร์ ก็จะนอนด้วยท่า "สวัสดี" แบบหงายท้อง อ้าข้างกว้างน่าเกลียดสรุปว่าเจ้าพวกนี้ไม่เกี่ยวกับเสียงเดินเมื่อกี้ ก็เลยรีบกลับมาดูที่หน้าคอมพ์ แล้วอยู่ๆ ก็ได้ยินเสียงจามงงคับหันไปมองโทรทัศน์ เมื่อกี้ใครจามฟระ ใครที่ดูอยู่ตลอด ช่วยบอกที่ใน "ถึงลูกถึงคนเมื่อคืน" มีคนจามใช่มั๊ย แบบพยายามปลอบใจตัวเองสุดๆ แต่ที่กลัวกว่าก็คือ โจร อะ แต่ก็คิดว่าล๊อคประตูและเหล็กดัด หมดทุกบานแล้ว แต่ด้วยความที่กลัวใจตัวเอง กันวิ่งไปเห็นประตูติดกับโรงรถ มันยังไม่ล๊อคเลย โฮ เศร้า ข้าพเจ้าเข้าโลก Cyberตั้งแต่หัวค่ำ ท่านพ่อกับคุณน้องไม่ล๊อคประตูให้เลย เลยรีบเข้าไปล๊อค อย่างรวดเร็ว ด้วยความหอบฮั่กๆ วิ่งหาอาวุธ เผื่อเจ้าโจรนั่นมันวิ่งเข้าบ้านมาแล้ว จะปลุกพ่อก็กลัวมันได้ยิน ก็ชะเง้อชะแง้เข้าไปในครัวปรากฏว่าปลอดภัย ก็ทำการวิ่งเข้าไปหามีด อพิโถ บ้านชั้น ไม่มีมีซักเล่มเดียว มองลอดหน้าต่างไปเห็นมันอยู่บนโต๊ะ ระเบียงหลังบ้านครบทุกประเภททำไมที่บ้านเป็นคนอย่างนี้เนี่ย วันก่อนคุณพ่อที่เคารพก็ลืมบันไดที่ปีนไปสอยมะม่วง ทิ้งพาดไว้ตรงผนังใกล้ๆ หน้าต่างห้องชั้น ดีที่คุณแม่ที่น่ารักนึกออก ใช้เราเป็นเก็บ เหอ เหอ
แต่คราวนี้ประมาณว่า ไม่มีใครช่วย แง๊ ~ ~จาบ้าตาย โชคดีที่ปกติเราจะพกคัตเตอร์เก็บไว้ในเป้ตลอด ก็วิ่งมาหาเป้ที่ข้างคอม จากนั้นก็วิ่งตะลุยทุกห้องขอรับ แบบดูหนัง action มากไปหน่อย เปิดประตูห้องที่ไม่ได้ล๊อคอย่างรวดเร็ว แต่ขอโทษคับ ลืมไปว่าไอ้แม่เหล็กที่ดูดประตูให้ติดเวลาเปิดอะ มันด้อยคุณภาพมากๆ ---(จำไว้นะคะถ้าจะสร้างบ้าน อย่าประหยัดและตามใจช่างเด็ดขาดนี่ขนาดเราไปซื้อของเอง หยิบของเสร็จยังต้องวางเพราะช่างบอกว่าแพง แต่ที่ให้เราเอานี่มันห่วยจริงๆอะประมาณว่าช่างแกคงอยากช่วยเราประหยัด แต่สุดท้ายออกมาบ้านเป็นที่พอใจของช่าง น่าให้เค้ามาอยู่แทนจริงจร๊ง ส่วนเราเฉยๆแต่เดี๋ยวเหอ มีเงินเมื่อไหนจะทุบจะเปลี่ยนให้แทบเกลี้ยง)--- พอหมุนลูกบิดและผลักประตูออกไป มันก็เด้งกลับมาหาเราที่กำลังจะพุ่งเข้าไปทันที อ๊ากกกกกกส์ !!!!!! ขอบอกว่าเดี้ยงสนิท นั่งเอามือกุมหัว และจมูก ไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองงี่เง่าเท่าเมื่อคืนเลยอนาถชิบ
สรุปว่าเมื่อคืน หมดอารมณ์หาโจรในบ้านก็แหมมันจะมีได้ไงใช่มะไฟก็เปิดสว่างออกจะโล่งทั่วบ้าน แถมไฟนอกบ้านข้าพเจ้าเปิดหมดทุดดวง ขนาดไฟฉายก็ยังเปิด แบบใช้สองออกไปนอกระเบียง ส่องไปไกลๆ อะ พอคิดว่าสว่างขนาดนี้คงมีแต่คนบ้าเท่านั้นหละที่จะเข้าบ้าน ก็นึกได้ทันทีว่าบ้านที่อยู่ใกล้ๆ ไม่ห่างมาก มีคนสติไม่สมประกอบอยู่ และมีประวัติเข้าบ้านที่อยู่ถัดจากบ้านเราไปอีกหน่อย เพราะบ้านนั้นสามีแกไม่ค่อยอยู่ มีป้าอยู่กับลูกสาว และหลานของแก แต่ด้วยคิดว่าครอบครัวเราเป็นหนึ่งในไม่กี่ครอบครัวที่ยังพูดคุยกับเค้าอยู่บ้าง เจอหน้ากันก็จะยิ้มทักทาย เพราะคิดว่าเค้าคงไม่อยากเป็นอย่างนี้ แต่แม่ของเค้าที่เสียไปแล้วทำกรรมไว้เยอะ(แบบได้ฟังเรื่องเล่ามาอีกที)ผลเลยตกมาอยู่กับลูก เพราะอีกคนก็สติไม่สมประกอบเช่นกัน แต่อาการน้อยกว่า
คิดได้ก็นั่งเล่น net ต่อไม่สนใจ แต่ก็ยังมีเสียงดังทางหน้าต่างอยู่ตลอด ช่วงหลังนี่จะเป็นเสียงคนหยิบหินหนักๆ แล้ววาง หยิบแล้ววางอย่างนี้ไปเรื่อยๆ จนประมาณตี 3 กว่าๆ ต้องเขานอนเพราะต้องเข้าไปที่ภาคอีกตื่นเช้าขึ้นมา ท่านแม่ที่นอนเฝ้าคุณตาที่อีกบ้านนึง ก็คุยกันเรื่องนี้แหละเพราะที่บ้านโน้นเค้าก็ได้ยินเหมือนเรา แต่ทีร้ายแรงกว่า คือแม่เค้าได้ยินเสียงคุณพูดคุยกระซิบกระซาบกันตลอด แต่จริงๆ ไม่น่าเล่าให้น้องคนสุดท้องฟังเลยเพราะมันเป็นเด็กที่กลัวเรื่องแบบนี้มาก เธอไม่เคยกล้าขึ้นบันไดไปชั้น 2 ในตอนกลางวันเลย ไม่ว่าบ้านไหนก็ตาม ส่วนเราขอแบบไม่เละมานี่OK.แต่ถ้ามีนำหนองไหลนี่ต้องแนะนำให้ไปหาหมอก่อนเลย หมอผีก็ได้---(เคยคิดสงสัยไหม ว่าทำไมหมอผีถึงไม่รักษาผี แต่ดันมาแกล้งผี ทั้งลนคางเอาน้ำมันพราย กักขังหน่วงเหนี่ยวไว้ใช้งานบ้าง ไม่ก็จับลงหม้อ อย่างที่เคยเห็นกันในภาพยนต์หรือละครไทย)---เราไม่ค่อยกลัวเรื่องแบบนี้เท่าไหร่ เพราะเราเชื่อว่าสสารไม่เคยหายไปไหน มันแค่เปลี่ยนรูปเท่านั้นเอง แถมมีคนบอกว่าคนเกิดวันอาทิตย์ดวงแข็งไม่ค่อยเจอ เราอยากพบอยากเจอคุณยายที่เสียไปแทบแย่ แค่ในฝันก็ยังดี แต่ไม่เคยแม้แต่จะฝันถึง ส่วนน้าสะใภ้เราไม่รู้เกิดวันไหนคุณยายเข้าฝันเธอบ่อยมาก เธอเล่าว่า มาทั้งรูป รส กลิ่น เสียง เลยอ่า ส่วนลูกหลานที่สายเลือดเกี่ยวกันโดยตรงนี่ไม่ค่อยมีใครเห็นเท่าไหร่ คุณน้าอีกคนเชื่อถือเรื่องโหราศาสตร์และคุณไสยบ้างเล็กน้อยก็ดันรู้มาอีกว่าคุณยายเสียก่อนทั้งๆ ที่ยังไม่ถึงเวลา แกยังไม่ได้ไปไหน ยังวนเวียนอยู่ในโลกเป็นสัมพเวสี ---(ใครอยากรู้เรื่อง สัมพเวสีให้ไปลองอ่านเรื่อง"ฌาน" ของคุณ ทมยันตี ดูนะคะรู้สึกว่าจะใช้นามปากกา มายาวดี ค่ะเป็นเรื่องที่อ่านกี่รอบก็ไม่เบื่อ)--- เราก็ได้แต่ทำบุญตักบาตรไปให้ท่าน เอ่อ แต่ว่าตอนจบนี่ไหงมาจบที่คุณยายไม่รู้ ที่สำคัญเมื่อคืนไม่น่าใช่คุณยาย จะเป็นใครแล้วแต่ถ้าจะมาขอส่วนบุญจะทำบุญไปให้ค๊าบบ เหอ เหอ เหอ
รอบนี้กะอัพเรื่องอื่นอ่า แต่เรื่องนี้ดันเข้ามาแทรกแบบเห็นๆ ครั้งน่าอยากเขียนถึง น้องๆ 4 ขา ทั้ง4 แต่ตอนนี้เหลืออยู่ 3 แบบว่าเรื่องมันน่าเศร้าหรืออาจจะแถมน้องแมวอีก 3 แต่ตอนนี้เหลืออยู่ 1 อันนี่ไม่เศร้าแต่อิจฉาอ่า จะว่าไปดิฮั้นไม่เคยอัพรูปเลยนะฮ้า ตอนนี้ในเครื่องไม่มีรูปเหลือเพราะฮาร์ดดิสก์เต็มเอี๊ยด กิกิกิ มีแต่รูปงาน โฮก โฮก ใกล้บ้า ไปดีกว่า